Standard Deviation (SD) เป็นเครื่องมือทางสถิติที่ใช้ในการวัด ความผันผวน (volatility) ของราคาหรือสินทรัพย์ทางการเงิน โดยหลักการแล้ว มันจะบอกคุณว่าราคาของสินทรัพย์มักจะกระจายตัวหรือแตกต่างจาก ค่าเฉลี่ย (mean หรือ average price) มากน้อยเพียงใด
1. Standard Deviation คืออะไร?
Standard Deviation ในบริบทของการเทรดคือ ตัวชี้วัดทางเทคนิค (Technical Indicator) ที่ช่วยให้เทรดเดอร์ประเมินความเสี่ยงและกำหนดกลยุทธ์ตามระดับความผันผวนของตลาด :
- ค่า SD ต่ำ (Low SD) : แสดงถึงช่วงที่ ความผันผวนต่ำ ราคาซื้อขายใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย ตลาดอยู่ในช่วงสะสมกำลัง (Consolidation) หรือ Sideways
- ค่า SD สูง (High SD) : แสดงถึงช่วงที่ ความผันผวนสูง ราคาซื้อขายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกระจายตัวออกห่างจากค่าเฉลี่ย ตลาดอยู่ในช่วงมีแนวโน้ม (Trending) หรือมีความเคลื่อนไหวที่รุนแรง
สูตรการคำนวณ Standard Deviation

σ (ซิกมาตัวเล็ก): คือ Standard Deviation (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) ของประชากร
∑i=1N (ซิกมาตัวใหญ่) : คือ ผลรวม หมายถึงให้บวกค่าทั้งหมดตั้งแต่ i=1 ถึง N
xi : คือ แต่ละจุดข้อมูล (แต่ละค่าราคา)
μ (มิว) : คือ ค่าเฉลี่ยของข้อมูลทั้งหมดที่กำลังพิจารณา
N : คือ จำนวนจุดข้อมูลทั้งหมดในประชากร
ตัวอย่างการคำนวณ :
สมมติคุณมีชุดข้อมูลราคาหุ้น : 10,12,10,8,10
ค่าเฉลี่ย (μ): (10+12+10+8+10)/5=50/5=10
ผลต่างจากค่าเฉลี่ย (xi−μ):
10−10=0
12−10=2
10−10=0
8−10=−2
10−10=0
ยกกำลังสองผลต่าง ((xi−μ)^2) : จะได้ 0, 4, 0, 4, 0
รวมผลลัพธ์: 0+4+0+4+0=8
หารด้วย N (Variance): 8/5=1.6
หารากที่สอง ของ 1.6 ได้ ≈ 1.26
ดังนั้น Standard Deviation ของชุดข้อมูลนี้คือประมาณ 1.26 ซึ่งหมายความว่าราคาหุ้นโดยเฉลี่ยแล้วจะเบี่ยงเบนจากค่าเฉลี่ย (10) ประมาณ 1.26 หน่วย
2. ทำไม SD จึงสำคัญสำหรับเทรดเดอร์?
การวัดความเสี่ยง (Risk Measurement) : SD เป็นมาตรวัดความเสี่ยงหลัก ยิ่งค่า SD สูงเท่าไหร่ การเปลี่ยนแปลงของราคาก็ยิ่งมากเท่านั้น ความเสี่ยงก็ยิ่งสูงขึ้น (แต่ก็มีโอกาสในการทำกำไรสูงขึ้นด้วย)
- การยืนยัน Breakout : เมื่อราคาทะลุออกจากช่วงสะสมกำลัง (Breakout) มักจะมาพร้อมกับการ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของค่า SD ซึ่งช่วยยืนยันความแข็งแกร่งของการเคลื่อนไหว
- ใช้ร่วมกับ Bollinger Bands : SD เป็นพื้นฐานของ Bollinger Bands (BB) โดยที่แบนด์ด้านบนและด้านล่างจะถูกตั้งค่าที่ระยะห่าง X เท่าของ Standard Deviation จากค่าเฉลี่ย (SMA) ซึ่งช่วยในการระบุภาวะซื้อมากเกินไป (Overbought) และขายมากเกินไป (Oversold)
3. วิธีนำไปใช้ในการเทรด (สำหรับมือใหม่)
- ช่วง SD ต่ำ (ความผันผวนต่ำ):
– เตรียมตัว : ตลาดมักจะตามมาด้วยการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ เทรดเดอร์อาจเตรียมตัวสำหรับการเข้าเทรดทิศทางใหม่ (Breakout)
– ใช้กลยุทธ์ Breakout : รอให้ราคาเคลื่อนไหวออกนอกกรอบสะสมกำลัง และ SD เริ่มสูงขึ้นเป็นสัญญาณเข้า
- ช่วง SD สูง (ความผันผวนสูง):
– เพิ่มความระมัดระวัง: การเคลื่อนไหวของราคาจะรวดเร็วและผันผวนสูง อาจต้องใช้ Stop Loss ที่กว้างขึ้น หรือ ลดขนาดการเทรด (Position Size) ลง
– ใช้กลยุทธ์ตามแนวโน้ม (Trend Following): ในช่วงที่ SD สูงและมีแนวโน้มที่ชัดเจน เทรดเดอร์อาจตามเทรนด์ไปจนกว่าความผันผวนจะลดลง
- การใช้ร่วมกับ Bollinger Bands :
เมื่อแถบ BB บีบแคบ เข้าหากัน (Squueze) แสดงว่า SD ต่ำ ความผันผวนต่ำ เตรียมตัวสำหรับการ Breakout
เมื่อแถบ BB ขยายกว้าง ออกจากกัน แสดงว่า SD สูง ความผันผวนสูง ตลาดกำลังเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อควรจำ : Standard Deviation ไม่ได้บอกทิศทาง ของราคา แต่บอกแค่ ความแรง/ความผันผวน ของการเคลื่อนไหวเท่านั้น เทรดเดอร์ควรรวมเข้ากับเครื่องมืออื่นๆ (เช่น แนวโน้มราคา, Moving Average) เพื่อสร้างกลยุทธ์การเทรดที่สมบูรณ์

